โครงสร้างการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน

บริษัทกำหนดนโยบายด้านความยั่งยืน และแต่งตั้งคณะกรรมการด้านความยั่งยืน เพื่อให้เกิดการนำนโยบายด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างสรรค์โครงการด้านความยั่งยืน รวมทั้งจัดให้มีคณะทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้

คณะกรรมการบริษัท
  • อนุมัตินโยบาย และแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน
  • ติดตามการกำกับดูแลให้มีการดำเนินงานตามกรอบที่กำหนดไว้
คณะกรรมการความยั่งยืน
  • กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์: กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และนโยบายด้านความยั่งยืนของบริษัท รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ติดตามและทบทวนแนวทางการดำเนินงาน: ประเมินประสิทธิภาพของโครงการด้านความยั่งยืน และมาตรการบรรเทาความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • กำกับดูแลปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของบริษัทสอดคล้องกับกรอบแนวทางด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล อาทิ UN SDGs และการประเมิน ESG ตามมาตรฐานสากล รวมถึงมาตรฐาน IFRS
  • บริหารจัดการความเสี่ยงและประเมินผลการดำเนินงาน: วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ รวมถึงทบทวนตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนขององค์กร โอกาส และกลยุทธ์
คณะทำงานด้านความยั่งยืน
  • ดำเนินโครงการด้านความยั่งยืน: ขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ปฏิบัติการตามนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: พัฒนาและบูรณาการนโยบาย ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการดำเนินธุรกิจประจำวัน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ.2583
  • การติดตามข้อมูล และการรายงานผล: รวบรวมข้อมูลด้าน ESG ติดตามผลการดำเนินงานโดยอ้างอิงตัวชี้วัดที่กำหนด (Key Performance Indicators – KPIs) และจัดทำรายงานเพื่อเสนอให้คณะกรรมการด้านความยั่งยืน และผู้มีส่วนได้เสีย และดำเนินการขอการรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Thailand Greenhouse Gas Management Organization -TGO) เพื่อรับรองความถูกต้องของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน
  • การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย: ทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในบริษัท บริษัทร่วมอุตสาหกรรม หน่วยงานกำกับดูแล และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ และผลกระทบด้านความยั่งยืนในวงกว้าง

บริษัทกำหนดนโยบายด้านความยั่งยืน และแต่งตั้งคณะกรรมการด้านความยั่งยืน เพื่อให้เกิดการนำนโยบายด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฏเกณฑ์และกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างสรรค์โครงการด้านความยั่งยืน รวมทั้งจัดให้มีคณะทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

บริษัทได้นำกรอบการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัท อิออน ไฟแนนเชียล เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทมาใช้ การดำเนินการนี้ช่วยให้การประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และการนำกลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบที่มีประสิทธิภาพไปปฏิบัติเป็นไปอย่างสอดคล้องกันทั่วทั้งกลุ่มบริษัท

แนวทางการวิเคราะห์สถานการณ์

ประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ 2 สถานการณ์:
  • 1.5 องศาเซลเซียส - นโยบายสภาพภูมิอากาสที่เข้มงวด และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง
  • 4.0 องศาเซลเซียส – นโยบายสภาพภูมิอากาศที่ยืดหยุ่น และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงขึ้น
การแจกแจงความเสี่ยงและโอกาส
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) – ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย, ตลาด, และเทคโนโลยี
  • ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) – ความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม
  • โอกาส (Opportunity) – ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ และความพยายามด้านความยั่งยืน
การประเมินผลกระทบของความเสี่ยง
  • ประเมินผลกระทบของแต่ละความเสี่ยงและโอกาสต่อกลุ่มบริษัท
การกำหนดเป้าระยะเวลา
  • ระยะสั้น – ปัจจุบัน ถึง 5 ปี
  • ระยะกลาง – 5 ถึง 10 ปี
  • ระยะยาว - มากกว่า 10 ปี

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจำแนกประเภทความเสี่ยง ขั้นที่ 1 การจำแนกประเภทความเสี่ยง ขั้นที่ 2 การจำแนกประเภทความเสี่ยง ขั้นที่ 3 ผลกระทบ ระยะเวลา กรณี 1.5 องศา กรณี 4.0 องศา
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และกฎระเบียบ ภาษีคาร์บอน ค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากภาษีคาร์บอน ระยะสั้น - ระยะยาว สูง สูง
ความเสี่ยงตลาด ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการจัดหาพลังงานหมุนเวียน ระยะสั้น - ระยะยาว สูง สูง
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่น การใช้เทคโนโลยีจากพลังงานสะอาด และลดการใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น หรือสูงกว่าคู่แข่ง ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง และสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสูงกว่า ระยะสั้น - ระยะกลาง ปานกลาง สูง
ความเสี่ยงทางกายภาพ ความเสี่ยงเฉียบพลัน ภัยพิบัติรุนแรง เช่น พายุไต้ฝุ่น และน้ำท่วม ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่สูงขึ้นในการจัดเก็บหนี้ในพื้นที่ดำเนินธุรกิจ ต้นทุนเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ระยะกลาง - ระยะยาว ปานกลาง สูง
ความเสี่ยงเรื้อรัง อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น และระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ปานกลาง สูง

โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจำแนกประเภทโอกาส ขั้นที่ 1 การจำแนกประเภทโอกาส ขั้นที่ 2 การจำแนกประเภทโอกาส ขั้นที่ 3 ผลกระทบ ระยะเวลา กรณี 1.5 องศา กรณี 4.0 องศา
โอกาส โอกาสด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน/ทรัพยากร ภาษีคาร์บอน การลดผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีคาร์บอนผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (เช่น การออกบัตรเครดิตรูปแบบดิจิทัล และการตั้งสำนักงานใหญ่ในอาคารที่ได้รับรองมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน LEED) ระยะสั้น - ระยะยาว สูง สูง
โอกาสด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการบริการทางการเงิน ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ (เช่น สินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้า และสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์) ระยะกลาง - ระยะยาว สูง สูง
โอกาสในการขยายตลาด หรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ การมีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โอกาสในการสร้างแบรนด์ และความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าที่มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ระยะกลาง - ระยะยาว ปานกลาง สูง
โอกาสในการสร้างความสามารถในการปรับตัว และกระบวนการ Digitalization ความสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โอกาสในการลงทุนในเทคโนโลยี และดิจิทัล เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า ระยะกลาง - ระยะยาว ปานกลาง สูง

บริษัทเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขต ที่ 1,2 และ 3 จากผลการดำเนินงานของบริษัท ในปีบัญชี 2566 เป็นปีฐาน โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการทวนสอบจากผู้ทวนสอบภายนอก และได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

แผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • บริษัทนำผลการดำเนินงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว อย่างมีประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2583 ของกลุ่มบริษัทอิออน และข้อตกลงปารีส ในปี พ.ศ. 2593
  • บริษัทวางแผนจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท โดยขยายขอบเขตพื้นที่ในการเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปยังศูนย์ปฏิบัติงานทั่วประเทศ และดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1 ว่าด้วยหลักการและข้อกำหนดระดับองค์กรสำหรับการวัดปริมาณและการรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต เพื่อให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
  • บริษัทส่งเสริมและสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท และการใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม นำเสนอโครงการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • บริษัทจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องผ่านการสื่อสารภายในองค์กร ทั้งในรูปแบบ Class room และออนไลน์ ตลอดปีบัญชี 2567 เพื่อให้พนักงานทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  • บริษัทมีการทบทวนนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อให้สอดคล้องกับกฏหมาย กฏเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • บริษัทปฏิบัติการตามนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: พัฒนาและบูรณาการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการดำเนินธุรกิจประจำวัน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2583

กระบวนการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  1. ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน
    • ตรวจสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน จากการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขต 1,2 และ 3 เพื่อนำมาคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผลการดำเนินงานในแต่ละปี
    • วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำมาใช้ในการตั้งเป้าหมาย และแผนดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก
  2. กำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก
    • ดำเนินการกำหนดเป้าหมายระยะสั้น กลาง ยาว จากผลการดำเนินงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทที่ได้มีการคำนวณในปีฐาน เพื่อให้สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน
    • ประเมินความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมายโดยพิจารณาจากทรัพยากร เทคโนโลยี ข้อจำกัด กฏหมาย และกฏเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่กำหนด
  3. วางแผนและดำเนินงาน
    • จัดให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทรัพยากรต่าง ๆ อันเป็นแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัท เช่น โครงการขวดน้ำดื่มไร้ฉลากที่สามารถทำการรีไซเคิลได้ 100% ใช้ในกิจกรรมของบริษัท
    • ขยายฐานการให้สินเชื่อที่ส่งเสริมด้านความยั่งยืนเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม เช่น สินเชื่อมอเตอร์ไซต์ EV สินเชื่อโซลาร์เซลล์
    • ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการชดเชยคาร์บอน เช่น การร่วมมือกับมูลนิธิอิออนประเทศไทยจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ หรือการเป็นผู้สนับสนุนให้มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับองค์กรการกุศลที่มีความประสงค์ติดตั้งแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
  4. การติดตามและประเมินผล
    • ติดตามและบันทึกผลการดำเนินงานเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของแผนการลดก๊าซเรือนกระจก ประเมินและปรับปรุงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทุกปี
  5. สร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วม
    • จัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง
    • สร้างความร่วมมือกับพนักงาน ลูกค้า ชุมชน ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งการส่งเสริมให้พนักงานเสนอโครงการด้านความยั่งยืน การผลิตสินค้าและบริการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ลูกค้าหันมาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การร่วมมือและสนับสนุนกับองค์กรอื่น ๆ ที่ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น การส่งเสริมให้ลูกค้ารับ e-statement แทนใบแจ้งหนี้แบบกระดาษ เป็นต้น
  6. การสนับสนุนจากผู้บริหาร
    • บริษัทจัดให้มีการรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ ทุก 3 เดือน ต่อคณะกรรมการความยั่งยืนให้รับทราบและพิจารณาแผนการดำเนินงาน เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงาน ให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดได้
การปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทปฏิบัติตามกฏหมาย กฏเกณฑ์และข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไทย และนำมาตรฐานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO14001:Environmental Management System) มาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังขยายผลไปสู่การเปิดเผยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผลการดำเนินงานของบริษัทในปีบัญชี 2566 เพื่อดำเนินการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ขึ้นทะเบียนรับรองข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในปี พ.ศ. 2567 ตามกฏเกณฑ์ข้อบังคับขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ (อบก.) และได้รับการทวนสอบจากหน่วยงานทวนสอบภายนอกตามมาตรฐานของ อบก.

การตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งยังสนับสนุนความพยายามของประชาคมโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)

บริษัทยังยึดแนวทางของนโยบายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงของบริษัท อิออน จำกัด ประเทศญี่ปุ่น 35% ภายในปี พ.ศ. 2573, เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และก๊าซอื่น ๆ ให้เป็นศูนย์ของกลุ่มบริษัท อิออน จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ภายในปี พ.ศ. 2583 และบริษัทได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในการจัดการปัญหาก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มของ บริษัท อิออน ไฟแนนเชียล เซอร์วิส จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันและให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ที่เป็นสาเหตุหลักให้เกิดวิกฤตปัญหาโลกร้อน

การตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Greenhouse Gas Emissions)

บริษัทกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผลการดำเนินงานของบริษัท ระยะสั้น กลาง ยาว อย่างต่อเนื่อง และกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี พ.ศ. 2583 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มบริษัทอิออน

บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับกฏหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อมภายนอก เทคโนโลยี และปัจจัยอื่น เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที จากสถานการณ์โลกและสภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง

รายละเอียดการตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Greenhouse Gas Emissions)
ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปีฐาน พ.ศ. 2566 ปีเป้าหมายระยะสั้น (ระยะ 5 ปี) พ.ศ. 2571 ปีเป้าหมายระยะยาว พ.ศ. 2583 มาตรฐานการตั้งเป้าหมาย
ขอบเขต 1,2 และ 3 3.183 Tonco2e ลดสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 10 - 25% จากปีฐาน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ - อบก. (มี)
- SBTi (ไม่มี)
ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก

ในปี 2567 บริษัทได้รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยการรับรองครั้งนี้ อ้างอิงจากข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในปีฐาน 2566 (ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2566 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567) ซึ่งครอบคลุมขอบเขตที่ 1,2 และ 3

ข้อมูลการที่ใช้ในการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรนั้น ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการหลักของของบริษัท 3 แห่ง

  1. สำนักงานใหญ่ อาคาร เอ็กเชน ทาวเวอร์
  2. ศูนย์ปฏิบัติงานอาคาร เสริมมิตร ทาวเวอร์ และ
  3. ศูนย์ปฏิบัติงาน อาคาร โมเดอร์นฟอร์ม ทาวเวอร์

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวได้ผ่านการทวนสอบความถูกต้องของข้อมูลจากหน่วยงานอิสระภายนอก คือบริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม

บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจากผลการดำเนินงานปีบัญชี 2566 ของบริษัทเป็นปีฐาน และได้รับการทวนสอบความถูกต้องของข้อมูลจากหน่วยงานทวนสอบภายนอก (บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด) และได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (TonCO2eq)
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (ขอบเขตที่ 1) 0.187
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (ขอบเขตที่ 2) 1.953
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (ขอบเขตที่ 3) 1.043
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3.183

รูปภาพผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก

การจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก : การทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในรอบปีที่ผ่านมา

บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท จากผลการดำเนินงานในปี 2566 เป็นปีฐาน และได้รับการทวนสอบความถูกต้องของข้อมูลจากหน่วยงานทวนสอบภายนอก (บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด) และได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา